รถยกคืออะไร?
รถยก (Tow Truck) คือ รถที่ออกแบบมาเพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยใช้การ ยกส่วนหน้าหรือท้ายของรถขึ้น แล้วลากอีกส่วนไปบนถนน รถยกมีหลายประเภท เช่น:
- รถยกสไตล์ล้อ-ล้อ (Wheel-Lift):
ใช้เหล็กยกใต้ล้อหน้า/หลัง แล้วลากรถไป เหมาะกับรถที่ช่วงล่างไม่เสียหาย - รถยกบูม (Boom Tow):
ใช้แขนบูมสำหรับรถเสียหายหนัก หรือจอดอยู่ในจุดยากลำบาก - รถยกเต็มคัน (Flatbed / Slide Car):
มีแผ่นเลื่อนให้รถขึ้นไปทั้งคัน ปลอดภัยมากที่สุด เหมาะกับรถโหลดต่ำหรือรถราคาแพง
กรณีไหนควรใช้บริการ “รถยก” หรือ “รถลาก”?
- รถเสียกลางถนน
เช่น เครื่องดับ สตาร์ทไม่ติด แบตเตอรี่หมด ใช้งานรถยกช่วยนำรถไปยังอู่ได้สะดวก - เกิดอุบัติเหตุ
หากรถเสียหายหนัก ไม่สามารถขับต่อได้ หรือเสี่ยงเกิดอันตราย ควรเรียกรถยกทันที - รถจอดติดหล่ม/น้ำท่วม
หากรถติดโคลน น้ำท่วม หรือตกข้างทาง รถยกสามารถช่วยดึงขึ้นมาได้ - ขนย้ายรถที่ไม่จดทะเบียนหรือไม่มีประกัน
เช่น รถมือสองจากต่างจังหวัด รถแข่ง หรือรถที่ไม่พร้อมใช้งาน - ขนส่งรถซุปเปอร์คาร์/รถโหลดต่ำ
ใช้รถยกแบบ Flatbed หรือ Slide Car เพื่อป้องกันความเสียหาย
ข้อแตกต่างระหว่าง “รถยก” กับ “รถลาก”
- รถยก: ยกรถขึ้นบางส่วน เหมาะกับระยะใกล้ ราคาไม่สูงมาก
- รถลาก (Slide Car): ยกรถขึ้นทั้งคัน ปลอดภัยมากกว่า เหมาะกับรถแพงหรือระยะทางไกล
ค่าใช้บริการรถยก
- โดยทั่วไปคิด ระยะทาง เป็นกิโลเมตร เช่น 20–30 บาท/กม.
- อัตราขั้นต่ำอาจอยู่ที่ 500–1,000 บาท
- หากเป็นบริการฉุกเฉินกลางคืน อาจมีค่าบริการเพิ่ม
สรุป
รถยกคือผู้ช่วยสำคัญของคนมีรถในยามฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อรถเสียหายและไม่สามารถขับต่อได้ หากคุณเข้าใจประเภทของรถยก และเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ จะช่วยให้รถของคุณได้รับการขนย้ายอย่างปลอดภัย ลดความเสียหาย และประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเกินควร





